1. กำลัง = งานต่อเวลา
เมื่อมอเตอร์ยกมวล m ขึ้นในแนวดิ่งเป็นระยะ h ด้วยอัตราเร็วคงตัว งานที่ทำต้านน้ำหนักคือ W = mgh และกำลังกลที่ได้ออกมาคือ
W = m g h (m เป็น kg · h เป็น m · g = 9.80 m/s²)
Pout = W / t = m g h / t = m g v
Pin = V I (V เป็นโวลต์ · I เป็นแอมแปร์ · 1 V·A = 1 W)
η = Pout / Pin × 100 %
กำลังไฟฟ้าที่ป้อนเข้าไปไม่ได้กลายเป็นงานยกของทั้งหมด ส่วนหนึ่งกลายเป็นความร้อนในขดลวด (I²R) และสูญเสียไปกับแรงเสียดทานของแปรงถ่าน เพลา และชุดเกียร์
2. ทำไมประสิทธิภาพจึงมีค่าสูงสุดที่โหลดค่าหนึ่ง
แรงบิดที่มอเตอร์กระแสตรงสร้างได้แปรผันตรงกับกระแส τ = k I ส่วนหนึ่งของแรงบิดนี้ต้องใช้เอาชนะ แรงเสียดทานภายใน τf ก่อน ที่เหลือจึงไปยกของ ดังนั้น
I = I₀ + (g·reff/k) · m → กราฟ I กับ m เป็นเส้นตรง
จุดตัดแกน I (ที่ m = 0) = I₀ = กระแสขณะไม่มีโหลด = τf/k
เขียนประสิทธิภาพในรูปกระแสได้เป็นผลคูณของสองส่วน
η = (1 − I₀/I) × (1 − I Ra/V)
↑ ส่วนแรงบิด ↑ ส่วนไฟฟ้า
- โหลดเบา (I ใกล้ I₀): แรงบิดเกือบทั้งหมดถูกใช้เอาชนะแรงเสียดทานในตัวมอเตอร์เอง → ส่วนแรกเล็ก → η ต่ำ
- โหลดหนัก (I มาก): ความร้อน I²Ra ในขดลวดมาก แรงดันตกคร่อมความต้านทานขดลวดมาก → ส่วนหลังเล็ก → η ต่ำ
- โหลดกลาง ๆ: ทั้งสองส่วนพอดีกัน → η สูงสุด ที่ I* = √(I₀V/Ra) และ ηmax = (1 − √(I₀Ra/V))²
| สถานการณ์ | กระแส I | ความเร็วยก v | Pout | η |
| โหลดเบามาก | น้อย | เร็ว | น้อย | ต่ำ |
| โหลดกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง | มากสุดใกล้ ๆ ตรงนี้ | สูงสุด |
| โหลดหนักมาก | มาก | ช้า | ลดลง | ต่ำ |
| โหลดหนักจนหยุดนิ่ง | มากที่สุด | 0 | 0 | 0 |
💡 แบบจำลองใน simulation: g = 9.80 m/s² · ค่าคงตัวของมอเตอร์ (I₀, Ra, k, รัศมีดรัมประสิทธิผล) สุ่มใหม่ทุกครั้งที่เปิดหน้า โดยให้ ηmax อยู่ราว 28–40% ที่ 6 V · แปรงถ่าน/เกียร์ทำให้แต่ละครั้งกระเพื่อม ±0.8% · โวลต์มิเตอร์อ่านคลาด ±0.05 V · แอมมิเตอร์ ±0.01 A · นาฬิกา ±0.01 s · เครื่องจ่ายไฟมีความต้านทานภายในทำให้แรงดันที่ขั้วตกลงเมื่อกระแสมาก จึงต้องอ่านโวลต์มิเตอร์ ไม่ใช่ใช้ค่าที่ตั้ง